Make Sure
posted on 10 Aug 2009 21:45 by pammin
ใบหน้าขาวใสและร่างเล็กของใครบางคนกำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่หน้าคอมด้วยภาพที่เจ้าจอแอลซีดีประมวลผลนั้นเกินจะบรรยาย ฟันซี่เล็กคบริมฝีปากสีสดแน่นเขากำลังโมโหโมโหและโมโหมากอีฮยอกแจกำลังโมโห!!!ใครใช้ให้ฮันกยองไปกอดกับไอ้สิงโตบ้านั่น!! ไหนจะข้อความที่แฟนๆโพสไว้อีก
‘ซีฮันforever’
‘Sihan is real’
‘ฉันชอบให้พี่ซีวอนกับพี่ฮันกยองอยู่ด้วยกันที่สุด’
‘พวกพี่น่ารักมาก’
โอ๊ยฮยอกแจทนไม่ไหวแล้วนะไม่ทันที่สมองจะสั่งการให้ทำอะไรไปมากกว่านั้นมือขาวจัดจัดการดึงปลั๊กเจ้าสมองกลออกทันที ร่างเล็กพยายามจะหายใจเข้าลึกๆเพื่อดับอารมณ์โมโหขาเรียวลุกขึ้นและไม่ลืมที่จะกระแทกเก้าอี้ดังโครมใส่ดินฟ้าอากาศ ก็อีฮยอกแจกำลังโมโหหนะ!!! นอกจากจะฝากเสียงเก้าอี้ที่ดั่งสนั่นให้คนแถวๆนั้นได้สะดุ้งไปตามกันแล้วร่างบางของอีฮยอกแจยังกระแทกตัวลงนั่งตรงโซฟาแบบที่เรียกได้ว่าโกรธสุดชีวิตใบหน้าใสง้ำงออย่างที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดด้วยแต่หากว่าสิ่งๆนั้นใช่ไม่ได้กับคิมฮีชอลพี่ใหญ่ใจกล้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เป็นอะไรของแกฮยอกแจ”เจ้าของใบหน้าสวยเอ่ยถามคนที่เพิ่งจะกระแทกตัวเฉียดเขาไปนิดเดียวนี่ถ้ามันไม่เห็นหัวคาดว่ามันคงจะกระแทกใส่เขาเป็นแน่
.........
……
...
“ไอ้ไก่จะบอกไหมว่าเป็นอะไร”เส้นความอยากรู้อยากเห็นแทบจะขาดพึ่งเมื่อคนที่ถูกถามเงียบกริบแล้วยังขมวดคิ้วเหมือนเดิม
“เบื่อ เซ็ง อารมณ์ไม่ดี เครียด”คำตอบที่ฟังแล้วไม่น่าจะเป็นประโยคหลุดออกจากปากคนที่เพิ่งถูกเรียกว่าไอ้ไก่ไปหมาดๆ
“อันนั้นดูจากหน้าตาก็รู้แต่ฉันอยากรู้สาเหตุ”คนที่มีความพยายามในการอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นอดที่จะถามไม่ได้
“ซีฮัน เข้าใจไหมพี่ซีฮัน”คนที่รอฟังอยู่ขมวดคิ้วฉับ ซีฮัน ซีวอนไปเกี่ยวอะไรด้วยและก็ไม่รอให้ความข้อใจได้กัดกินมากไปกว่านี้
“เกี่ยวอะไรกับไอ้สิงโตนั่น”คิ้วเรียวขมวดหากันหนักกว่าเก่าเมื่อเจ้าของใบหน้าขาวตรงหน้าเบือนหน้าหนีพร้อมทั้งถอนหายใจเสียพรืดใหญ่
“ก็โปรเจคที่แยกไปจีน รูปสองคนนั้นฮึ่ย!!!”ความโกรธที่มีอยู่ทำเอาฮยอกแจพูดแทบจะจับใจความไม่ได้ใบหน้าขาวง้ำงอจัด จนเรียกได้ว่าถ้าหากถามเขามากกว่านี้พี่ฮีชอลก็พี่ฮีชอลเถอะ!!!
“ถ้าพี่อยากรู้อะไรมากกว่านี้ไปเจอไอ้เครื่องเจ้าปัญหานั่นเถอะ”ทิ้งท้ายไว้ให้คนฟังต้องเดินไปทำตามที่บอกก่อนที่เจ้าตัวจะหนีไปปิดประตูเข้าห้อง
ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มมือขาวจัดจับหมอนใบนิ่มขึ้นมาตั้งบนหัวเตียงก่อนที่จะลงเหมือนฟาดมือขาวๆลงใบบนหมอนอย่างต้องการที่ระบาย ทำอยู่อย่างนั้นจนเหมือนว่าตัวเองเริ่มจะหมดแรงใบหน้าขาวขึ้นสีระเรื่อริมฝีปากสีสดหอบถี่ และก็ต้องหันไปทางประตูเมื่อได้ยินเสียงแหลมๆของใครบางคนโวยวาย
“ฮึ่ย ไอ้สิงโตบ้าแกกล้าทำอย่างนี้หรอ!!!”เสียงที่ไม่ต้องบอกฮยอกแจก็รู้ว่าใครพี่ฮีชอลคงเห็นเหมือนๆกับที่เขาเห็นนั่นหละ
“ฮยอกแจเปิดประตูให้พี่หน่อย”ไม่นานนักเสียงที่โวยวายอยู่เมื่อครู่ก็เดินใกล้เข้ามากับบานประตูไม้ถึงใจจริงไม่อยากจะอยู่ใกล้ใคร แต่อย่างน้อยการมีผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันมาคอยให้คำปรึกษาคงจะดีกว่าเป็นบ้าอยู่อย่างนี้ขาเรียวพาร่างบอบบางเดินไปยังประตูไม้
“ฮยอกแจนี่แกเห็นแบบที่พี่เห็นใช่ไหม”คนถูกถามเพียงแค่พยักหน้าด้วยท่าทีเซ็งๆก่อนที่จะมองตามพี่ชายหน้าหวานที่เดินลงไปทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!ไอ้เวซีวอน ไอ้สิงโตปัญญาอ่อน ไอ้สิงโตบ้า ไอ้โรคจิต ลับหลังฉันแกแอบไปทำอย่างนี้หรอ ดีงั้นกลับมาแกเตรียมตัวตายได้เลย!!!”ฮยอกแจมอไปยังต้นเสียงแล้วก็เห็นพี่ชายหน้าหวานของเขากำลังรัวหมัดใส่หมอนในที่เขาเพิ่งละออกไปเมื่อครู่
ฮยอกแจทำได้เพียงแค่ตีหน้าเอือมแล้วไปทิ้งตัวนั่งลงอีกฝั่งเตียงปล่อยให้พี่ฮีชอลฟาดหัวฟาดหางต่อไป
“ฮึๆ ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไง”ฮยอกแจหันไปขมวดคิ้วใส่พี่ชายอย่างต้องการคำตอบฮีชอลเพียงแค่กระตุกยิ้มเบาๆก่อนที่จะดึง น้องชายหน้าใสเข้ามาหาเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างปากอิ่มยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
...............................................
...........................
……………
“พี่ฮีชอล!!!พี่มีชอบแบบนี่ด้วยหรอไง”ฮยอกแจนั่งตาโตเมื่อเห็นกล่องที่ฮีชอลยื่นมาให้
“เปล่าฉันไปเจอในห้องเก็บของ”พี่ใหญ่ตอบหน้าตายได้ขนาดที่ว่าทำเอาฮยอกแจอึ้งไปไม่น้อย
“พี่แล้วนี่??”ฮยอกแจทำท่าทางไม่มันใจจนฮีชอลออกอาการหงุดหงิดในความขัดใจนั้น
“เออน่าใช้ๆไปเถอะ”ฮีชอลตอบปัดก่อนที่จะลากน้องชายตัวดีออกจาห้อง
“พี่คิดว่ามันจะได้ผลหรอฮะ”ฮยอกแจเอ่ยถามในขณะที่ร่างเล็กนั่งอยู่บนโซฟา
“ฉันว่าน่าจะได้”
“พี่ฮะแล้วทำอย่างนี้เขาจะไม่โกรธผมหรอ”ฮยอกแจถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยมันใจ
“ก็ในเมื่อมันอยากจะเคะก็จัดไปอย่าให้เสียสิเจ้าไก่”ฮีชอลกระตุกยิ้มมุมปากเหลืออีกคนสินะที่ยังไม่มีบทเรียน
สองพี่น้องยังคงนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไป คนสองคนที่ทำตัวคล้ายนกฮูกเริ่มจะรู้สึกตัว เมื่อได้ยินเสียงผู้มาใหม่หน้าห้องดวงตากลมโตของฮีชอลมองไปยังผู้มาใหม่แล้วก็ยกยิ้มไม่ลืมที่จะสะกิดฮยอกแจ ที่กำลังสลึมสลือให้ได้รู้ตัวขึ้นมาบ้าง ฮยอกแจมองไปทางต้นเสียงแล้วก็พบว่าร่างสูงที่แบกกระเป๋าเสื้อผ้าดูเหมือนว่า เพิ่งจะกลับจากสนามบินเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆแต่แล้วก็เดินผ่านโซฟาที่เขานั่งอยู่ไปคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ทำไมถึงได้ไม่สนใจ???คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจฮยอกแจทั้งๆที่ทุกทีก็ต้องทักเขา หรือว่าอีกคนจะเปลี่ยนไปจริงๆ
“พี่เขาไม่สนใจอ่ะ”ฮยอกแจเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“แกจะไปกลัวอะไรตามไปเคลียร์เลย ว่าแต่เจ้าบ้านั่นอยู่ไหนนะ”นัยน์ตากลมกวาดมองไปทั่วแต่แล้วก็ไม่พบ....
“พี่ว่าพี่ขึ้นไปชั้นบนดีกว่า”แล้วฮีชอลก็เดินเปิดประตูเดินออกไปจากห้อง
มือบางหยิบรีโมทขึ้นมากดปิดเจ้าจอสี่เหลี่ยมเรือนร่างเล็กเดินกลับไปยังห้องนอนตนและใครอีกคน เสียงสายน้ำกระทบพื้นทำให้ฮยอกแจรู้ว่าร่างสูงกำลังอาบน้ำอยู่ ขาเรียวตรงไปยังตู้เสื้อผ้ามือบางคว้าเสื้อเชิ้ต สีขาวของร่างสูงมาสวมใส่ นิ้วเรียวปลดกระดุมออกจนถึงเม็ดที่สามเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวใหญ่ที่หล่นไปถึงหัวไหล่เนียน เผยให้เห็นผิวขาวราวกับหิมะ ชายเสื้อยาวเพียงแค่ครึ่งเข่าเรือนร่างเล็กย้ายตัวลงมานั่งลงบนเตียงนุ่ม นัยน์ตาใสเหม่อคิดถึงคำที่พี่ชายพูด
“พี่เขาจะนอกในฉันจริงๆใช่ไหมอ่ะ”เสียงใสเอ่ยถามอย่างหวาดกลัว
“ฉันไม่รู้ แกก็ลองพิสูจน์ดูสิ”
“ยังไงอ่ะพี่”
“ยั่ว!!!”
“แล้วถ้ามันไม่ได้ผมหละฮะ”
“โธ่แกจะคิดไรมากแกก็..”
กริ๊ก
เสียงลูกบิดประตูห้องน้องดังขึ้นแทรกในความคิดฮยอกแจนัยน์ตาใสจ้องไปยังประตูห้องน้ำเรือนร่างสูงที่เดินออกมาพร้อม ผ้าเช็ดผมที่พาดไหล่อยู่ผมสีเข้มเปียกปอนจากการที่เจ้าตัวเพิ่งจะสระผมไปหมาดๆ ร่างสูงเดินมาทิ้งตัวลงที่เตียง หันหน้าออกทางหน้าต่างโดยไม่มองฮยอกแจแม้แต่น้อย มือหนาหยิบผ้าขนหนูมาซับกลุ่มผมโดยไม่สนใจ ร่างเล็กที่นั่งกัดริมฝีปากเพื่อระงับอารมณ์น้อยใจเลยสักนิด แต่....พี่ฮีชอลบอกให้ยั่วนินา!!!
เรือนร่างเล็กคลานเข้าไปหาฮันกยองทางด้านหลัง มือบางแย่งผ้าเช็ดผมจากมือหนาก่อนที่จะบรรจงซับลงบนกลุ่มผม
“พี่ไปจีนมาเหนื่อยไหมฮะ”เสียงใสเอ่ยถามในขณะที่มือบางกำลังเช็ดผมให้ร่างสูง
“นิดหน่อย”เสียงทุ้มเอ่ยตอบแบบไม่ใส่ใจ
“พี่คิดถึงฉันไหม”ฮยอกแจถามเสียงหวาน คนตัวเล็กกกว่าใช่ไหล่หนาเป็นหลักก่อนที่จะเลือดตัวมาข้างหน้า เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่ปลดกระดุมสามเม็ดคอตกไปอยู่ที่ไหล่เนียนจนหมิ่นเหม่ จมูกเล็กคลอเคลียอยู่กับแก้มร่างสูง
“ทำไมพี่ไม่ตอบหละ”ร่างเล็กทอดเสียงถามเมื่ออีกคนทำหน้าจะเบือนหนี อีฮยอกแจไม่ยอมแค่นี้หรอก!!! จมูกเล็กฝังลงกับแก้มของร่างสูงซ้ำๆเป็นการเอาใจ ฮยอกแจฉีกยิ้มหวานหากแต่ฮันกยองยังเบือนหน้าหนี
“เอ๋หรือว่าพี่ไม่ได้ต้องการแค่หอม?”สองแขนเล็กรั้งใบหน้าหล่อคมให้หันมา ริมฝีปากอิ่มค่อยๆประกบลงบนริมฝีปากร้อน ลิ้นเล็กเตะรอบริมฝีปากอุ่นริมฝีปากนิ่มบนคลึงกับริมฝีปากร้อนผ่าวนัยน์ตาคมปรือลงก่อนที่ลิ้นเล็กจะค่อยๆสอดเข้าไปตามรอยกลีบปาก ลิ้นเล็กซุกซนสำรวจไปทั่วโพรงปากอย่างชำนาญ ไล่ตั้งแต่โพรงแก้มไปจนถึงฟันซี่คมและหยอกล้อกับลิ้นร้อนมาเกี่ยวกวัดกันอย่างดูดดื่ม มือหนาเริ่มตอนสนอง โดยการรั้งท้ายทอยคนที่มอมจูบอันแสนร้อนแรงให้เขาเข้ามาแนวชิดก่อนที่จะส่งลิ้นร้อนเข้าไป
ทำหน้าที่เก็บเกี่ยวความหอมหวานจากร่างเล็กตรงหน้า
“อื้อ.....อืมมมมม”เสียงใสครางในลำคออย่างพอใจเมื่อฉากจูบที่เขาเป็นคนเริ่มขึ้นทำให้อารมณ์ในร่างกายของคนทั้งคู่ประทุขึ้น
หากแต่มือหนากลับค่อยๆดันคนตัวเล็กที่กำลังเคลิบเคลิ้มกันรสจูบอันแสนเร่าร้อนออกแล้วล้มตัวลงนอน
โดยไม่ลืมที่จะฉุดคนตัวเล็กลงมานอนข้างๆพร้อมทั้งเอ่ยคำราตรีสวัสดิ์อย่างอ่อนโยน
อะไรกัน!!!มันจะจบแบบนี้ไม่ได้ นี่มันยิ่งสร้างคำถามในใจว่าคุณสามีของเราโดนหักธงเมะและหันไปโบกธงเคะให้กับชเวซีวอนอย่างนั้นหรือ นัยน์ตาใสมองไปยังร่างสูงที่แสร้งทำเป็นหลับก่อนที่ฟันซี่เล็กจะคมริมฝีปากอย่างขัดใจ ฮันกยองปิดไฟหัวเตียงแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฮยอกแจเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นได้ชัดลงในเมื่อดวงจันทร์ยังเป็นใจอยู่!!!
เรือนร่างเล็กเลื่อนตัวมานั่งคร่อมร่างที่นอนอยู่นิ้วเรียวปลดกระดุมเสื้อตั้งแต่อกแกร่งลงมาถึงหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ นิ้วเรียวไล่ไปตามแผงอกกำยำก่อนที่จะลากผ่านหน้าท้องของร่างสูงช้าๆ นัยน์ตาใสมีแววซุกซน ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มน้อยๆเมื่อเปลือกตาหนาเริ่มที่จะกระตุก นิ้วซุกซนไล่ลงมายังขอบกางเกงก่อนที่จะออกแรงกระตุก!!!
ดวงตาคมเปิดขึ้นและก็ต้องตกใจเมื่อเจอสภาพตัวเองและคนรักมือหนารวมมือเล็กที่แสนจะซุกซนทั้งสองข้างไว้
“จะทำอะไรหนะฮยอกแจ”เสียงทุ้มเอ่ยถามคนที่นั่งทับอยู่บนหน้าท้องเขา
“เอ๋!! เปล่านินา”ฮยอกแจตีเสียงซื่อพร้อทั้งเอียงคอตอบได้ตกในองศาน่ารักเสียจริง
ฮันกยองจับตัวคนที่นั่งคร่อมเขาอยู่เมื่อครู่ลงไปนั่งกับเตียงก่อนที่มือหนาจะจัดการกับกระดุมเสื้อตัวเองให้เข้าที่ แล้วกดตัวคนตัวเล็กในนอนลงพร้อมทั้งเสียงทุ้มเอ่ยกำชับ
“นอนได้แล้ว พี่ง่วง”ฮยอกแจมุ่ยหน้าใส่คนที่ทำตัวเป็นหินแกะสลัก คิดว่าวันนี้อีฮยอกแจจะยอมง่ายๆงั้นหรอ!!
ถ้ายังพิสูจน์ไม่ได้หละก็ว่าฮันกยองยอมพับธงเมะเก็บลงกระเป๋าไปเรียบร้อยแล้ววันนี้เขาจะไม่นอน!!
“พี่ง่วงจริงๆหรอ”ปากอิ่มเอ่ยถามชิดริมฝีปากอีกคน พร้อมทั้งมือเล็กที่ลูบไล้บนแผงอกร่างสูงอีกครั้ง
“อือ”มีเสียงแค่เสียงครางเบาๆตอบในลำคอแค่นั้น
“แต่ฉันยังไม่ง่วงนี่นา”เสียงใสเอ่ยอย่างเอาแต่ใจตัวเอง
“พี่ทำงานมาทั้งวันแล้วยังเดินทางอีกพี่ง่วง”ฮันกยองตอบปั่นแต่นั่นก็ทำให้ฮยอกแจเริ่มจะหมดความอดทน
“งานของพี่มันอะไรกัน การที่ไปยืนให้แมวตัวยักษ์นั่นกอดหรือไงกัน แต่นี้พี่ทำเป็นเหนื่อยหรอ ฉันสิน่าจะเหนื่อยมากกว่า การที่ต้องมาเห็นรูปพี่กับเจ้านั่น ทำไมพี่ถึงได้กล้าทำร้ายจิตใจของฉันขนาดนี้พี่นี่ใจร้ายจริงๆเลย หรือว่าพี่หนะเปลี่ยนใจไปรักซีวอนจริงๆแล้ว”เสียใสเอ่ยตัดพ้ออย่างอดกลั่นเขาไม่ทนแล้วทั้งยั่วก็แล้ว ทั้งอ้อนก็แล้วทำไมฮันกยองถึงได้เฉยเมยแบบนี้
“มันไม่ใช่/ไม่ใช่อะไรพี่พยายามจะบอกอะไรฉัน ทางที่ดีพี่บอกมาตรงๆเลยดีกว่าว่าพี่หนะเปลี่ยนไปใจไปชอบเจ้านั่น!!” ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้อธิบายฮยอกแจก็เอ่ยแทรก
“พี่หนะไม่รักฉันแล้วพี่ถึง ดะ........”เสียงเล็กที่กำลังจะตัดพ้อถูกริบไปด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว มือหนารั้งร่างเล็กให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ริ้นร้อนไล่ไปตามริมฝีปากอิ่มก่อนจะสอดเข้าไปยังโพรงปากนิ่มเรียวลิ้นของทั้งคู่ หยอกล้อกันไปมาอย่างเคยชินกลีบปากหนาเพิ่มแรงขมเม้มลงกับกลีบปากบางจนอีกคนเผยปากรับอย่างจำยอม เสียงริมฝีปากของทั้งคู่ที่ขบเม้มกันดังไปทั่วในความมืด ร่างเล็กของฮยอกแจถูกยกขึ้นมาทาบบนตัวร่างสูงอีกครั้งริมฝีปากร้อนผละออกก่อนที่นัยน์ตาคมจะกดลึกลงนัยน์ตาใส
“แล้วอย่างนี้ยังจะว่าพี่นอกใจอีกไหม”เสียงทุ้มเอ่ยหยอกคนที่นอนหอบหายใจอยู่บนตัวเขา ฮยอกแจตวัดตามองก่อนที่เสียใจจะเอ่ยตอบอย่างไม่คิด
“ไม่รู้ จนกว่าฉันจะได้พิสูจน์”ริมฝีปากอิ่มกดลงบนริมฝีปากร้อนอีกครั้งฟันซี่เล็กงับลงเบาๆกับริมฝีปากของร่างสูง เรียวลิ้นนิ่มไล่เกี่ยวกระหวัดกับลิ้นอุ่นอย่างเพลิดเพลิน จนมือหนาของร่างสูงต้องกอดรัดอีกฝ่ายให้แน่นขึ้นมากเข้าไปอีก ริมฝีปากอิ่มไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงต้นคอแกร่ง ฟันซี่เล็กขบกัดและดูดเม้มจนเป็นรอยเสียงทุ้มครึมครางในลำคออย่างพอใจ มือหนาบีบคลึงสะโพกมนอย่างลืมตัว เสียงกรุ้งกริ้งในอีกมีอีกคนทำเอาดวงตาคมที่ปรือลงต้องเพ่งมองไปยังมือเล็กวัตถุสะท้อนแสงสีเงินนั้นถ้าเขาดูไม่ผิดโซ่!!!! ทันทีที่สมองประมวลผลได้มือหนารีบรวบสองมือเล็กเข้าหากันและพลิกตัวกดร่างเล็กให้นอนราบลงกับเตียง
“ฮยอกแจนี่เราคิดจะทำอะไร”นัยน์ตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าขาวใจอย่างต้องการหาคำตอบ
“ก็ฉันอยากจะพิสูจน์”ร่างเล็กตอบอย่างไร้เดียงสาจนฮันกยองต้องขมวดคิ้ว
“พิสูจน์??”และเหมือนฮยอกแจจะเข้าใจคำถามริมฝีปากอิ่มเอ่ยตอบ
“ก็พี่ไปอยู่จีนตั้งนานนี่นากว่าจะกลับ แล้วยังอยู่ใกล้ๆเจ้าซีวอนนั่นด้วยฉันก็เลยไม่มั่นใจว่าที่ก่อนไปพี่ถือธงเมะไป แต่พอขากลับใครจะไปรู้ว่าพี่จะถูกเจ้าซีวอนนั่นหักธงเมะไปแล้วหรือยัง”ฮยอกแจอธิบายเป็นฉากๆจนมือหนาต้องจิ้มลงไปเบาๆกับหน้าผากมน
“อะไรทำให้คิดอย่างนั้นหละ?”
“ก็พี่กับเจ้านั่นทั้งกอดจนแทบจะฟัดกันแล้ว”เสียใสเอ่ยตอบอย่างเง้างอนจนฮันกยองอดที่จะหัวเราเบาๆไม่ได้
“อยากพิสูจน์งั้นหรอ ได้สิ”รอมฝีปากบางคลี่ยิ้มร้ายกายก่อนที่โซ่เส้นใหญ่จะถึกคล้องเข้ากับมือเล็กและหัวเตียง
เสียงใสโวยวายอย่างตกใจ
“อะไรกัน!!!ฉันต่างหากที่ต้องทำอย่างนั้นแล้วนี่พี่ อุ๊บบบบ”เสียงโวยวายที่กำลังจะก่อตัวขึ้นระรอกใหญ่ถูกพับเก็บไปโดยริมฝีปากบางที่บนขยี้ลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ร้อนแรงจนคนที่นอนอยู่ด้านล้างแทบจะละลายหลอมไปกับเตียงนิ่ม
มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางทีละเม็ดอย่างร้อนรนในขณะที่ริมฝีปากไม่ได้ละออกแต่อย่างใดเรียวลิ้นร้อนยังคงไล่ต้อนลิ้นเล็กอย่างสนุกสนาน มือบางทั้งสองข้างกำเข้าหากันด้วยความเสียวซ่าน ทันทีที่กระดุมเม็ดสุดท้ายหลุดออกริมฝีปากร้อนผ่าก็ไล่จูบลงมาตั้งแต่ปลายคางเล็ก ต้นคอขาวเนียนโดยไม่ลืมที่จะฝากรอบสีแดงเข้มเอาไว้เป็นจ้ำๆโดยรอบ
“อ่ะ....อ๊าาา....พะ...พี่ฮันกยอง”เสียงใสครางกระเส่าเมื่อลิ้นร้อน คลอเคลียอยู่ที่ยอดอกสีสดปลากลิ้นหยอกล้อ กับยอดอกที่แข็งเป็นไตอย่างชำนานกลีบปากหนาขบเม้มเบาๆให้อีกคนได้แอ่นกายรับสัมพันธ์เร่าร้อนทั่วแผ่นออกบางไม่มีตารางนิ้วไหนที่ไม่มีร่องรอยสีกุหลาบ เสียงเล็กครางหนักเมื่อมือหนาอีกข้างบีบเค้นยอดอกหนักขึ้น
“อะ...อื้มมม”เหมือนเป็นตัวกระตุ้นให้ฮันกยองมอบจูบที่แสนจะร้อนแรงกับกลีบปากอิ่มที่บวมช้ำอีกครั้ง
“พี่ก็ชักจะอยากรู้แล้วสิ ว่าฮยอกแจคิดถึงกันจริงรึเปล่า”มือหนาลากผ่านหน้าท้องแบนราบก่อนจะดึงชั้นในตัวจิ๋ว ให้หลุดพ้นทาง ฝ่ามือร้อนเค้นคลึงสะโพกอิ่มอย่างจงใจให้อีกคนได้บิดกายเล่นมือหนาลากผ่านหน้าขาเข้ามายังต้นด้านใน ริมฝีปากอิ่มเผยออกพร้อมทั้งเสียงเล็กที่ครึมคราง
“อ๊า....ฮะ....ฮันกยอง”เสียงเล็กเรียกชื่อคนรักเมื่อมือหนาปัดผ่านส่วนอ่อนไหวอย่างจงใจ
“อยากรู้ใช่ไหมว่าพี่ยังถือธงเมะอยู่รึเปล่า”เสียงทุ้มถามอย่างไม่ต้องการคำตอบเมื่อริมฝีปากร้อนครอบครองแกนกายของร่างเล็ก เรียวลิ้นร้อนไล้เลียตั้งแต่โคนจนสุดปลาย ฟันที่คมครูดกับผิวเนื้อให้ได้หายใจไม่ทั่วท้องเล่นก่อนที่ฮันกยองจะเริ่มจังหวะจากช้าไปเร็ว ปลายลิ้นร้อนยังคงทำหน้าที่เป็นตัวช่วยโพรงปากอุ่นรูดขึ้นลงกับแกนกายที่เริ่มจะขยายตัวมากขึ้น
“อ๊ะ....อื้มมมม...”เสียงเล็กคางกระเส่ามากขึ้นเมื่อฮันกยองเริ่มเพิ่มจังหวะให้เร็วกว่าเดิม ฮันกยองกดปลายลิ้งลงกับส่วนปลายเมื่ออีกคนดูมีท่าทีที่จะทนไม่ไหว
“อะอ๊า.....จะ.....มะ...ไม่ไหวแล้ว”เสียงเล็กเอ่ยขอร้องแต่อีกคนกลับหยุดการกระทำลงเสียดื้อๆ นิ้วเรียวไล่ตั้งแต่สะโพกไปยังช่อทางด้านหลัง ขาอ่อนถูกแยกออกจากกันเพิ่มขึ้นโดยมือหนาฮันกยองกดปลายนิ้วลงกับช่องทางอุ่นร้อนที่ในทันทีที่นิ้วเรียวเข้าไปก็บีบรัดเป็นจังหวะ
“อ๊าาาาาาาาา....”ช่องทางด้านหลังเพิ่มแรงบีบรัดเข้าไปอีกเมื่อนิ้วที่สองและสามตามเจ้าไปกดวนจนเจอจุดกระสัน
“ชะ....ช่วยหน่อย....ไม่ไหว...แล้วฮันกยอง”ครางแทบจะไม่เป็นภาษาเมื่ออีกคนกดนิ้วย้ำๆอยู่ในช่องทางด้านหลัง ร่างสูงค่อยๆกดนิ้วให้ลึกเข้าไปอีกแล้วรูดเข้าออกช้าเร็วเป็นจังหวะ เสียงเล็กครางสั่นเมื่อนิ้วเรียวโดนเข้ากับจุดไวต่อความรู้สึก ริมฝีปากหนาเลื่อนขึ้นไปมอบจุมพิตล้ำลึกและเลื่อนลงมายังของหวานที่อยู่ตรงหน้า ลิ้นร้อนแลบเลีย ขนเม้มดูดดุนจนพอใจ ก่อนที่จะสร้างรอยรักเพิ่มนิ้วมือทางช่องทางด้านหลังก็ทำหน้าที่ไม่ได้ขาด
“พะ...พอ...แล้ว....เข้ามาเถอะ.....เอาของ....พี่”เสียงเล็กเอ่ยขอแทบจะจับใจความไม่ได้แต่ร่างสูงก็เข้าใจความหมายของประโยค
มือหนากระตุกกางเกงตัวเองออกอย่างรีบร้อนก่อนที่จะส่งแกนกายร้อนผ่าวเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มนั่นอย่างช้าๆ ฮันกยองยังคงไม่ขยับตัวเพื่อให้ฮยอกแจได้เคยชิน ริมฝีปากบางดูดเม้มกับริมฝีปากอิ่มจนบวมช้ำกว่าเดิม
“อื้มม....ฮยอกแจ”เสียงทุ้มครางออกมาเมื่อสะโพกมนกดเข้าหาแกนกายใหญ่โตอย่างต้องการฮันกยองเริ่มขยับสะโพกไปตามความต้องการผนังอ่อนนุ่มด้านในบีบรัดความใหญ่โตจนจังหวะที่เขาเป็นผู้ควบคุมนั้นต้องเร่งขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ะ...อ่า..ฮันกยองงง”
“อื้มมมม....ฮยอกแจ”ริมฝีปากของทั้งคู่เชื่อมเข้าหากันอีกรอบอย่างห้ามไม่ได้ องศาของความอมหวานดำเนิน ต่อไปพร้อมๆกับการเคลื่อนกาย มือหนาเค้นคลึงสะโพกมนอีกครั้งแรงตอดรัดจากช่องทางด้านหลังทำให้เขารู้สึกดี
“ฮะ....ฮันกยอง..”เอวคอดขยับไปตามแรงเคลื่อนของสะโพกหนา ฮันกยองกระแทกกายเข้าออกกับช่องทางอ่อนนุ่ม อย่างลืมตัวฟันซี่คมขบกัดริมฝีปากเล็กเป็นการหยอกล้อ มือหนาอีกข้างช่วยร่างเล็กโดยการรูดขึ้นลง เป็นจังหวะเดียวกันการเคลื่อนกาย ข้อมือเล็กบิดไปมากับโซ่เส้นใหญ่ เล็บคมจิกเนื้อตัวเองอย่างต้องการระบายอารมณ์
“อ๊า...ฮันกยอง”ฮยองแจครางหนักเมื่อฮันกยองเบียดกายเข้าหาแนบชิดขึ้นและรุนแรงขึ้น
“ฮยอก....แจ”เสียงทุ้มครางเมื่อช่องทางด้านหลังเริ่มบีบรัดแน่นและไม่เป็นจังหวะ
“ฮะ....ฮัน...กยอง...มะ...ไม่...ไหวแล้ว”เสียงเล็กครางออกมาเมื่อความต้องการและอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นกำลังจะสิ้นสุด
“อื้ม....ทนหน่อยนะ....ฮยอกแจ”ฮันกยองเร่งจังหวะการเคลื่อนกายให้เร็วและแรงขึ้นไปอีกพร้อมทั้งมือหนาที่เพิ่งจะหวะตามเพลงรักที่เริ่มบรรเลงขึ้นกำลังจะจบลงอย่างสวยงาม สะโพกแกร่งกระแทกตัวเข้าครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความอุ่นร้อนจะถูกฉีดเข้าไปยังช่องทางอ่อนนุ่ม พร้อมๆกับแกนกายของร่างเล็กที่ปลดปล่อยออกมา
“อ๊าาาาา...พี่ฮันกยอง”
“อื้มมมม ฮยอกจ”
สองเสียงครางประสานกันในขณะที่ฮันกยองจับอีกคนพลิกตัวและล้มกายนอนข้างๆกันมือหนาคลายหากุญแจดอกเล็ก เพื่อที่จะปล่อยอีกคนเป็นอิสระทันทีที่แขนเรียวหลุดจากพันธนาการได้ก็โอบกอดร่างสูงอย่าหวงแหน
“ยังอยากจะรู้อีกรึเปล่า ว่าพี่ยังเมะอยู่ไหม”เสียงทุ้มเอ่ยถามเชิงตลก ร่างเล็กยู้หน้าละสั่นหัวเป็นคำตอบ
“ไม่แล้วฮะ”ฮยอกแจเอ่อตอบด้วยเสียงหอบๆก่อนที่จะซุกตัวลงกับอกอุ่น
“แน่หรอ แล้วใครกันสอนให้เราทำแบบนี้แล้วยังเสื้อนั่นอีกเอามาใส่ทำไม”ร่างสูงเอ่ยถามพร้อมทั้งมือหนาที่ปัดปอยผมที่ปรกหน้าของร่างเล็ก
“ก็ฉันคิดว่าพี่จะนอกใจฉันเสียอีก”
“แล้วเสื้อนั่น??”
“ก็พี่ฮีชอลบอกให้ฉันยั่ว ฉันก็ยั่วแต่พี่รู้ไหมว่าฉันใจหายแทบแย่ที่พี่ทำเป็นไม่สนใจฉัน”เสียงเล็กตอบอย่างหน่ายๆเมื่อคิดถึงหน้าฮันกยองตอนเมินเขามันน่าหมั่นไส้นินา
“ก็ใครจะไปกล้ามองกันเสื้อมันจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ขนาดนั้น เกิดพี่อดใจไม่ไหวกดเราขึ้นมาจะทำยังไงกัน”
“ก็ยอมสิ”ฮยอกแจตอบด้วยหน้าตาใสเสื้อจนร่างสูงอดบีบจมูกรั้นไม่ได้
“แล้วทำไมพี่ถึงกลัวหละ??”ร่างเล็กยังไม่อดสงสัยที่จะถาม
“เราคิดว่าพี่งานเยอะคนเดียวหรือไง เราเองก็งานเยอะไม่ใช่หรอเกิดไม่มีแรงไปทำงาน เสียการเงียงานขึ้นมาจะทำไง” เสียงทุ้มเอ่ยถามร่างเล็กกลับ
“ก็นอนอยู่เฉยๆให้พี่หาเลี้ยงไง”ฮันกยองหัวเราะเบาๆกับคำตอบเชิงเอาแต่ใจ
“แล้วถ้าเกิดยั่วพี่ไม่ได้ผลหละ??”
“พี่ฮีชอลบอกให้กดพี่เลย ในเมื่อพี่อยากเคะก็ให้ฉันเมะแทน”ร่างเล็กเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ
“ร้ายจริงนะเรา คิดว่าจะทำได้หร๋อ??”เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างลองเชิงจนร่างเล็กยู้หน้าอีกรอบ
“ลองดูไหมละ”ฮยอกแจลอยหน้าลอยตาตอบจนฮันกยองอดจะหมั่นไส้ไม่ได้
“แล้วรู้รึยังหละว่าใครกันแน่ที่เป็นคุณสามีตัวจริง”
“มะ...ไม่รู้”ใบหน้าขาวใสขึ้นสีระเรื่ออย่างเขินอาย
“อ่างั้นหรอพี่คงต้องทวนความจำซะแล้ว”ร่างสูงเอ่ยอย่างเป็นต่อพร้อมทั้งรั้งร่างเล็กให้แนบชิดมากขึ้น
“มะ...ไม่...อ่าาาา..พะ...พี่ฮันกยอง”บทเพลงรักอีกบทก็ได้เริ่มขึ้นโดยไม่สนใจตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาเลยแม้แต่น้อย
ร้ายจริงหนะฮยอกแจยั่วซะพี่เกือบจะหลงกล
แต่ถึงไม่ยั่วพี่ก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว
ขอบใจนะยัยแม่มดที่สอนวิชามารให้สุดที่รัก
อีกคนที่คงจะไม่ขอบคุณไม่ได้ขอบคุณมากไอ้ชเวน้องรัก
edit @ 10 Aug 2009 21:57:04 by ซองแพมl*KMHY